คุณเคยได้ยินหรือประสบพบเจอเองกันบ้างไหมครับ กับเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่น่ากลัวอย่าง “ลดสเปควัสดุ” หรือ “ยัดของถูก” แค่ได้ยินหรือเห็นคนโดนก็ต้องมีขนลุกกันแน่นอน การโดนลดสเปควัสดุก็คือการที่ผู้รับเหมาเปลี่ยนวัสดุบ้างอย่างให้ถูกลงและแน่นอนว่าส่วนใหญ่คุณภาพก็ลดลงด้วยเช่นกัน เพื่อเอาเงินที่เหลือเก็บเข้าตัวผู้รับเหมาเอง(จะเกิดกับผู้รับเหมาเจ้าเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่นิติบุคลเพราะตรวจสอบยากและไม่ค่อยออกสื่อ) โดยส่วนใหญ่ผู้ว่าจ้างไม่ได้เผ้าตลอด 24 ชั่วโมงและเจ้าของบ้านก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าใช้ตรงตามที่วางไว้ตอนแรกไหม (ใครจะไปเฝ้ากันล่ะ!!) บ้านที่เสร็จสวยงามแล้วแต่ข้างในอาจจะมีตำหนิและปัญหายุ่งเหยิงมากมายเต็มไปหมด บทความนี้จะพาไปดูกลวิธีที่ผู้รับเหมาหมกเม็ดกับผู้ว่าจ้างกันเพื่อกันไว้ไม่ให้เกิดปัญหาภายหลังกันครับ
การกระทำที่เข้าข่าย “การลักไก่” ยอดฮิตที่ผู้รับเหมาบางกลุ่มชอบใช้จะมี 3 จุดหลัก ๆ เพื่อลดต้นทุนและเร่งงาน โดยที่เจ้าของบ้านดูไม่ออกหรือสามารถตรวจหากันได้ยากครับ โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องบ้านนัก
1. งานโครงสร้าง = อันตรายถึงชีวิต
เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดใน 3 จุดที่ใช้ลักไก่กัน เพราะโครงสร้างของบ้านเปรียบเสมือนกระดูกที่พยุงและการอยู่รูปของบ้าน กระดูกที่แข็งแรงนั่นหมายถึงบ้านที่แข็งแรงด้วยนั่นเอง ล่าสุดภัยธรรมชาติยังคงโหมกระหน่ำใส่อย่างแผ่นดินไหว น้ำท่วม บ้านไม่ควรที่จะแค่อยู่สบายกายแต่ควรจะสบายใจได้ด้วย มี 2 วิธีที่ผู้รับเหมาจะทำกันคือดังนี้
จุดที่ 1: เหล็กเส้น "ไม่เต็ม"
ผู้รับเหมาแอบเปลี่ยนจากเหล็กมาตรฐานที่แข็งแรง เป็นเหล็กแปรรูปที่เปราะบางกว่า รวมถึงวางแนวเหล็กให้ห่างกันเกินไปเพื่อจะได้ใช้วัสดุน้อยลง ซึ่งทำเพื่อประหยัดงบแต่โครงสร้างจะไม่แข็งแรง
จุดที่ 2: คอนกรีต "ผสมน้ำหน้างาน"
ช่างแอบเติมน้ำลงในรถโม่ปูนเพื่อให้เทง่าย ปาดง่าย แต่ทำให้คอนกรีตเสียกำลังอัด (Strength) และแตกร้าวภายหลัง
2. งานระบบ = เป็นระเบิดเวลา
ในตอนแรกอาจจะดูดีแต่เมื่อเวลาผ่านไปปัญหาจะเริ่มมาให้เห็น อาจจะทีละเล็กทีละน้อยหรือมาทีเดียวที่ทำให้หัวหมุน งานระบบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการวางระบบหลังบ้านซึ่งไม่ได้เห็นตรง ๆ และก็ตรวจดูเองหรือการจะมาเปลี่ยนนั้นทำได้ยาก
ท่อประปา "ลดคุณภาพหรือ Class ลง" ท่อน้ำดีต้องใช้ Class 13.5 (หนา) แต่แอบเปลี่ยนใช้ Class 8.5 (บาง) แล้วหันตัวเลขเข้ากำแพงไม่ให้เห็น เสี่ยงท่อระเบิดในผนังเนื่องรับแรงดันน้ำสูงไม่ไหว
ปลั๊ก 3 รูที่ไม่ต่อสายดินจริง หรือเอารูสายดินไปต่อรวมกับสาย N (สายไฟเส้นที่ไฟไหลกลับ ยังเป็นสายไฟอยู่ ไม่ใช่สายดิน) อันตรายมาก เพราะถ้าไฟรั่วขึ้นมา เรามีสิทธิ์โดนไฟดูดเต็ม ๆ แทนที่จะช่วยให้ปลอดภัย
2. “การซ่อนเร้น” ด้วยงานสถาปัตยกรรม
เรื่องนี้อาจจะดูไม่ร้ายแรงมากเมื่อเทียบกับ 2 ข้อที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ แต่ในเมื่อเป็นบ้านของเรา ก็อยากได้บ้านที่ดูดีในทุก ๆ แง่มุม
จุดที่ 1: ปูกระเบื้องที่ดี ปูนต้องถูกปาดให้ เต็มหลังแผ่น หรืออย่างน้อยก็เต็มพื้นที่เกือบทั้งหมด แต่บางเจ้า “โกงงาน” โดยใช้วิธีที่ช่างเรียกกันเล่น ๆ ว่า ปูแบบซาลาเปา คือ
- โปะปูนเป็นก้อนตรงกลางแผ่นเดียวหนา ๆ แล้วเอาแผ่นกระเบื้องกดทับลงไป
ผลที่เกิดขึ้นคือ
- ตรงกลางแผ่นมีปูนรองรับ แต่มุม ๆ กับขอบแผ่นกลวง ไม่มีอะไรรับน้ำหนัก
- เวลาเราเดิน เหยียบ หรือวางของหนัก มุมกระเบื้องเลย แตกง่าย
- พอมีช่องว่างใต้กระเบื้อง น้ำก็แอบซึมเข้าไปได้ นาน ๆ ไป ปูนเสื่อม → กระเบื้องเริ่ม โยก หลวม หรือร่อนออกมาทั้งแผง
จุดที่ 2: สีทาบ้านที่มีสัดส่วน "น้ำเยอะ" ปกติสีทาบ้านต้องผสมน้ำ ตามสเปกของผู้ผลิต เช่น 5–10% เพื่อให้ทาได้ลื่นขึ้น แต่บางรายอยาก “ประหยัดสี” เลย
- เติมน้ำเข้าไปเยอะ ๆ 30–40%
- สี 1 ถัง เดิมทาได้แค่บ้าน 1 หลัง
- พอผสมน้ำเยอะ ก็ยืดไปทาได้ตั้ง 1 หลังครึ่ง หรือ 2 หลัง
ฟังดูคุ้มแต่ผลเสียคือ
- เนื้อสีจริง ๆ บางลงมาก
- ผนังจะสีซีดเร็ว
- มองเห็นรอยปูนหรือรอยแพทช์ชัด
- ฟิล์มสีไม่แข็งแรง → ลอก ร่อน แตกเป็นแผ่น ๆ ง่าย
- เปรียบเทียบให้เห็นภาพ น้ำส้มเข้ม ๆ แก้วนึง ถ้าเติมน้ำไปครึ่งเหยือก สีมันก็ยัง “ดูเหมือนน้ำส้ม”แต่รส หรือตัวเนื้อส้มแทบไม่มีแล้ว สีทาบ้านที่โดนน้ำเยอะก็แบบนั้นเลย ตอนทาเสร็จใหม่ ๆ อาจดูโอเค แต่แป๊บเดียวก็หม่น หมอง ซีด และลอก
เรื่องบ้านน่าปวดหัวเสมอไหม?
โอกาสการเกิดการโกงพวกนี้ส่วนใหญ่จะมาจากผู้รับเหมาก่อสร้างอิสระ เพราะสามารถตรวจจับได้ยากกว่าในบริษัทที่จดทะเบียนแล้ว ภาษาบ้าน ๆ ก็คือโดนบิดงาน แต่ถ้าคุณไม่อยากหัวหมุน ไมเกรนขึ้น ลองมาใช้บริการของ Spider เป็นผู้จัดหาผู้รับเหมาเฉพาะทางกับปัญหาที่คุณเจอหรืออยากได้สิ่งที่ตรงใจ และถ้าไม่แน่ใจสามารถเข้ามาปรึกษากับทางทีมงานมืออาชีพก่อนได้ “ไม่มีค่าใช้จ่าย” เพราะเรามี “ราคากลาง”, “ทีมงานตรวจสอบ QC”, “ความต้องการของลูกค้าเป็นที่ 1”
ความไม่รู้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
จุดลักไก่ที่เล่นเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้จะได้ผลกับคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการก่อสร้างจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด บางกรณีอาจจะไม่สามารถอยู่ได้เลยก็ได้ บ้านที่เสร็จใหม่ ๆ ภาพลักษณ์ภายนอกจะเป็นสิ่งที่หลอกตาได้อย่างง่ายดาย และส่วนใหญ่ปัญหามันจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแต่จะเริ่มแสดงออกมาเป็นระยะในภายหลัง แล้วจะดีกว่าไหมถ้าเกิดอย่างน้อยเราก็ยังมีความรู้เล็ก ๆ ไว้แม้จะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อยก็ประเมินว่าอะไรสิ่งที่ควรจะเป็นและอะไรที่ไม่ถูก เหมือนกับกล่องเครื่องมือที่หยิบใช้ยามจำเป็นและก็จะดีมากถ้าคุณหาความรู้เพิ่มไปอีก ลับคมความรู้เสมอจะสามารถรู้สิ่งผิดปกติได้ง่ายขึ้น